1111

หน้าแรก | สมุดเยี่ยม | วารสารปัญญา | บทความ |กระดานเสวน | ห้องรวมศิษย์ ล้านนา.| ติดต่อเรา .

 หน่อเนื้อพระศาสนา (ตอนที่ ๒)
 

หน่อเนื้อพระศาสนา (ตอนที่ ๒)

                 ตั้งแต่อดีตกระทั่งปัจจุบันกิจกรรมที่สำคัญประการหนึ่ง ที่มีผลกระทบต่อความอยู่รอดของพระพุทธศาสนาคือ การทำบุญให้ทานของชาวพุทธ ซึ่งถือว่าเป็นหน้าที่หลักทีเดียว  ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะพระพุทธเจ้าได้กำหนดบทบาทหรือวิถีชีวิตของนักบวชไว้ว่า พระสงฆ์องค์เณรจะต้องเป็นคนไม่มีอาชีพที่จะก่อให้เกิดรายได้หรือทำให้กำไรพอกพูนเป็นอันขาด พูดง่าย ๆ ก็คือ พระสงฆ์จะต้องเป็นคนที่มีชีวิตอยู่โดยอาศัยพึ่งพาคนอื่นในแง่การดำเนินชีวิต แต่ต้องแลกเปลี่ยนด้วยการแนะนำพร่ำสอนให้คนเหล่านั้นได้รับความสุขจากการเข้าใจชีวิตที่ถูกต้องเป็นการตอบแทน

แนวคิคเช่นนี้ของพระพุทธเจ้า อาจทำให้คนเขลามองว่า พระสงฆ์คือกาฝากสังคม  เพราะไม่ช่วยผลิตอะไรสักอย่างที่จะก่อกำไรทางเศรษฐกิจ รวมไปถึงการเข้าใจผิดว่า พระพุทธเจ้าสอนให้นักบวชในพระพุทธศาสนาเป็นคนเกียจคร้าน เอาแต่คอยขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านเท่านั้น

แต่ถ้ามองให้ละเอียดและแยบคายโดยปราศจากกำแพงแห่งอคติแล้ว กลับทำให้เห็นกุสโลบายอันชาญฉลาดของพระองค์ กล่าวคือ การแลกเปลี่ยนวัตถุด้วยวัตถุ การทำลายวัตถุเพื่อให้ได้วัตถุมากยิ่งขึ้น นั่นเป็นวิถีของโลกและผู้คนก็ทำกันมากโดยไม่จำต้องสอน  

สำหรับนักบวชในพระพุทธศาสนาถือเป็นข้อยกเว้น กล่าวคือ การจะตอบแทนชาวบ้านสามารถทำได้ด้วยการสั่งสอน  ด้วยการแนะนำ  ตักเตือนหรือการการแผ่เมตตา เป็นกำลังใจในคราประสบเคราะห์เป็นต้น  และที่สุดก็คือเป็นกุสโลบายที่จะทำให้นักบวชมีการตรวจสอบตนเอง ว่า มีคุณธรรมหรือยัง ทำกิจกรรมเหมาะสมกับความเป็นพระหรือไม่ มีศีลที่ต้องศึกษาและรักษาสมบูรณ์หรือเปล่า   ได้สวดมนต์ทำสมาธิเพียงพอไหม  ทำให้เกิดคำถามว่าเราเป็นผู้สมควรที่จะรับของชาวบ้านหรือไม่ เมื่อเกิดคำถามเช่นนี้ก็จะนำไปสู่การพัฒนาตนตามลำดับ     

ชาวพุทธจำนวนไม่น้อยเลือกที่จะไม่ทำบุญกับสามเณร โดยมีเหตุผลที่สำคัญก็คือ สามเณรไม่มีบารมีเพียงพอที่จะรับวัตถุทาน บ้างก็เชื่อว่าอาจจะไม่มีบุญแบ่งปันให้เพราะบารมีน้อย บางส่วนก็เห็นว่า สามเณรยังมีพฤติกรรมไม่ต่างจากเด็กชาวบ้าน  เช่น มีการวิ่งเล่น นุ่งห่มไม่เรียบร้อย กิริยาท่าทางไม่น่าเลื่อมใส เดินเหินไม่สำรวม เป็นต้น การมองเช่นนี้เป็นการวางเงื่อนไขหรือตั้งบรรทัดฐานไว้สูงเกินไป เพราะอย่างไรเสียสามเณรก็คือ เด็กนี่เอง เพียงแต่เป็นเด็กพันธุ์พิเศษเท่านั้น กล่าวคือ ต้องมีศีลให้สังวรรักษา เพื่อเป็นผู้สำรวมเท่าที่ทำได้ และเพราะความเป็นเด็กนี่เอง หาไม่แล้วพระพุทธเจ้าก็คงไม่วางหัวข้อศีลให้รักษาในจำนวนจำกัดเพียง 10  ข้อเท่านั้น

พระสงฆ์ที่มีกิริยามารยาทงดงาม ปฏิบัติตนสมเป็นสมมติสงฆ์หรือมากกว่านั้น จะต้องผ่านการบ่มเพาะขัดเกลามาพอสมควรทีเดียว เอาง่าย ๆ ก็เช่น ต้นไม้ที่จะให้ดอกออกผลแก่ชาวสวนได้ ต้องใช้เวลาไม่น้อยในการดูแล เอาใจใส่ รดน้ำพรวนดิน ฉีดยากันสัตว์ต่าง ๆ สารพัดที่จะทำบำรุงจนกว่าจะต้นไม้จะให้ผล สามเณรหรือคนที่บวชเป็นพระจะให้กิริยามารยาทเรียบร้อยภายในวันสองวันย่อมจะเป็นไปไม่ได้

สามเณรนอกจากจะมีภาพลักษณ์ในแง่ของบุญเขต แปลเป็นภาษาไทยว่า คนเลือกที่จะทำบุญด้วยน้อย ผลที่ตามมาก็คือ ความลำบากในการเป็นอยู่ดำรงชีวิต นอกเสียจากโชคดีมหาศาลหากมีผู้ดูแลเป็นพิเศษไม่ว่าจะเป็นเจ้าอาวาส หรือญาติโยมที่เข้าใจ เพราะกิจกรรมทางศาสนพิธีเช่น การถวายสังฆทาน สวดมนต์ในบ้าน หรือกิจกรรมอื่น ๆ ชาวบ้านมักเลือกที่จะทำหรือถวายพระสงฆ์มากกว่าสามเณร ด้วยเหตุนี้สามเณรจึงมีพื้นที่ในการดำเนินชีวิตภายในวัดอย่างอัตคัตขัดสน

                เราจะปล่อยให้หน่อเนื้อพระศาสนาให้เดินโดดเดี่ยวโดยลำพังได้อย่างไร  หากยังต้องการให้พระพุทธศาสนาคงอยู่คู่ผืนแผ่นดินไทย หากเราต้องการลูกที่ดีต้องหมั่นอบรมดูแล เช่นเดียวกันหากต้องการผู้นำพระศาสนาที่มีประสิทธิภาพต้องส่งเสริมเสียตั้งแต่เป็นสามเณร หาไม่แล้วเราก็จะได้ผู้นำพระศาสนาที่ทำตัวเป็นมดปลวกคอยกัดแทะบ้านให้พินพังไม่สิ้นสุด

                เจ้าคุณอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจนฺโท) อดีตเจ้าอาวาสวัดเจดีย์หลวงวรวิหาร ซึ่งเป็นพระสงฆ์ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นพระนักเทศน์ นักพัฒนาและมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล มองมิติทางสังคมได้ทะลุปรุโปร่ง ตลอดอายุแห่งสมณเพศของท่าน ท่านมักให้โอกาสแก่เด็กชนบทห่างไกล ไร้โอกาสทางการศึกษาให้มีโอกาสได้ศึกษาเล่าเรียนโดยให้บรรพชาเป็นสามเณร ความที่สามเณรเหล่านั้นมีพื้นฐานทางสังคมครอบครัวไม่ดีนักในหลาย ๆ เรื่อง เช่น เรื่องกิริยามารยาท การรักษาความสะอาด การวางตัว การเข้าสังคม เป็นต้น  กระทั่งเคยมีคนทักท่านว่า ท่านเลี้ยงแต่เด็กหัวขี้กลาก อีกทั้งกินข้าวเย็นผิดศีลเป็นอาจิณ  ท่านมักตอบคนเหล่านั้นว่า  “อย่าไปว่ามัน เพราะอีกหน่อยพวกหัวขี้กลากนี้แหละจะค้ำจุนพระศาสนา” และกาลเวลาก็เป็นเครื่องพิสูจน์ความคิดของท่านอย่างชัดเจน

 

พระมหาปุณณ์สมบัติ  ปภากโร
รก.ผู้อำนวยการศูนย์บริการวิชาการ  มมร ล้านนา

 

 

 
 
มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตล้านนา
103 วัดเจดีย์หลวง ถ.พระปกเกล้า ต.พระสิงห์
อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50200
โทร. 0-5327-0975-6, โทรสาร 0-5381-4752

MAHAMAKUT  BUDDHIST  UNIVERSITY; LANNA CAMPUS
103  Wat Jedeeluang Phrasingha Muang Chiang Mai 50200
TEL. 0-5327-0975-6,  FAX. 0-5381-4752
Contact us : mbulnc@gmail.com , asksak@hotmail.com