1111

หน้าแรก | สมุดเยี่ยม | วารสารปัญญา | บทความ |กระดานเสวน | ห้องรวมศิษย์ ล้านนา.| ติดต่อเรา .

 หน่อเนื้อพระศาสนา (ตอนที่ ๑)
 

หน่อเนื้อพระศาสนา (ตอนที่ ๑)

 หากจะพูดถึงเสาหลักพระศาสนา หลังยุคปรินิพพานของพระพุทธเจ้า แน่นอนว่า พระสงฆ์คือชนกลุ่มแรกที่เราชาวพุทธมักคิดถึงและให้ความสำคัญกว่ากลุ่มอื่น แล้วจึงนึกถึงนักบวชผู้หญิง (ภิกษุณีหรือแม่ชี) และชาวบ้านชายหญิงทั่วไปตามลำดับ ถึงแม้ว่าพระพุทธเจ้าจะส่งมอบพระพุทธศาสนาอันเช่นกับเครื่องประดับล้ำค่าไว้ให้กับทุกคนได้ดูแลก็ตาม

ว่าตามหน้าที่แล้ว ความสำคัญของแต่ละคนถูกกำหนดให้มีมากน้อยตามลำดับแตกต่างกัน อีกทั้งดูเหมือนว่า บทบาทและหน้าที่ในการรักษาพระศาสนาเป็นหน้าที่ของคนกลุ่มแรกเท่านั้น ส่วนกลุ่มอื่น ๆ เป็นเพียงผู้สนับสนุนหรือมองดูอยู่ห่าง ๆ และคาดหวังกับคนกลุ่มแรกค่อนข้างสูงดังนั้น พระพุทธศาสนาจึงเอียงกระเท่เร่ เซไปเซมามากบ้างน้อยบ้างขึ้นอยู่กับการนำทางและพฤติกรรมของคนกลุ่มแรก

ที่เป็นเช่นนี้เพราะชาวพุทธเรามองพระสงฆ์ในมิติเพียงว่า ท่านเหล่านั้นคือเจ้าของพระศาสนาในแทบทุกด้าน เช่น การวางแผนนโยบาย  พัฒนาส่งเสริม สร้างสรรค์ การศึกษา การเผยแผ่และอีกสารพัดอย่างขึ้นอยู่กับอุ้งมือของท่านเหล่านั้น แน่นอนว่า บทบาทเหล่านั้นเป็นหน้าที่หลักของท่านเหล่านั้นแต่ไม่ใช่ทั้งหมด การมองเช่นนี้ดูจะเป็นความบิดเบี้ยวจนเกินไป ตระกูลที่ร่ำรวยและมีกิจการใหญ่โต จะต้องมีผู้บริหารดูแลจำนวนมากและสำคัญคือต้องมีศักยภาพด้วย การมองการพระศาสนาของชาวพุทธในปัจจุบันจะไม่เรียกว่า มิจฉาทิฏฐิ ได้อย่างไรกัน

กว่าจะเป็นเสาหลักและรับภาระงานของพระศาสนาได้  ตั้งแต่ระดับล่างคือ เจ้าอาวาส  พระสังฆาธิการ เจ้าคณะตำบล  เจ้าคณะอำเภอ  ไปถึงระดับผู้ปกครองชั้นสูงคือ เจ้าคณะจังหวัด  เจ้าคณะภาค  เจ้าคณะหน และที่สุดคือตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช (ซึ่งเป็นสังฆนายกในฝ่ายบริหาร) ช่างยากเย็นแสนเข็ญกว่าจะหาคนที่มารองรับงานในแต่ละชั้น และที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือ กว่าจะได้เป็นเสาหลักพระศาสนาที่มีคุณภาพ มีศักยภาพในทุก ๆ ด้าน ทั้งในแง่ของการศึกษาและในมุมของการรักษาพระธรรมวินัย  รวมทั้งด้านการบริหารงานคณะสงฆ์ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด  คณะสงฆ์รวมทั้งชาวบ้านด้วยจะต้องช่วยกันท่องภาษิตที่ว่า “เราไม่อาจสร้างบ้านให้เสร็จได้ภายในวันเดียว” ให้ขึ้นใจ 

โลกให้ความสำคัญกับเด็กอย่างมาก ดังจะเห็นได้จากการมีองค์การต่าง ๆ เช่น องค์กรเด็ก องค์กรยูนิเซฟ ซึ่งให้ความร่วมมือและมีเครือข่ายทั่วโลกในการส่งเสริมพัฒนาเด็กในทุก ๆ ด้าน  มองแคบเข้าอีกหน่อย ประเทศไทยเราเองก็ไม่เคยละเว้นกิจกรรมที่เป็นการส่งเสริมสร้างสรรค์พัฒนาเด็ก ดังจะเห็นได้จากการที่รัฐบาลได้กำหนดวันเด็กแห่งชาติไว้อย่างชัดเจน ซึ่งถึงแม้จะเป็นแค่วันเดียวในสามร้อยหกสิบห้าวันก็ตาม  นั่นเพราะการให้ความสำคัญว่า เด็กที่มีคุณภาพในวันนี้คือ ดัชนีส่องความเป็นไปของประเทศชาติในวันข้างหน้า เพราะเด็กคือกระจกบานใหญ่ที่พร้อมจะส่องประกายจรัสหรืออาจทำให้ชาติบ้านเมืองอับแสง

แล้วหากจะหาเสาหลักพระศาสนาจะมองไปที่ไหน แน่นอนว่า ไม่ต้องไปทำวิจัยให้เสียเวลา เสียค่าใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน เพราะจากสถิติที่ผ่านมา  สามเณรในวันนี้คือผู้นำพระศาสนา (ตั้งแต่ระดับล่างถึงระดับบน)ในวันข้างหน้า ถือว่าเป็นความจริงที่ไม่อาจเลี่ยง เพราะที่แล้วมาผู้ที่ได้รับตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชซึ่งเป็นหัวหน้าในการดำเนินงานพระศาสนานั้น ล้วนผ่านประสบการณ์ชีวิตสามเณรมาแล้วทั้งนั้น ขึ้นอยู่กับว่าจะมากหรือน้อยเท่านั้นเอง ดังนั้นหากชาวพุทธจะทำให้พระพุทธศาสนาอยู่คู่สังคมไทยควรจะทำอย่างไร (อ่านต่อฉบับหน้า)  

 

  

พระมหาปุณณ์สมบัติ  ปภากโร
รก.ผู้อำนวยการศูนย์บริการวิชาการ  มมร  ล้านนา

 

 

 
 
มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตล้านนา
103 วัดเจดีย์หลวง ถ.พระปกเกล้า ต.พระสิงห์
อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50200
โทร. 0-5327-0975-6, โทรสาร 0-5381-4752

MAHAMAKUT  BUDDHIST  UNIVERSITY; LANNA CAMPUS
103  Wat Jedeeluang Phrasingha Muang Chiang Mai 50200
TEL. 0-5327-0975-6,  FAX. 0-5381-4752
Contact us : mbulnc@gmail.com , asksak@hotmail.com