1111

หน้าแรก | สมุดเยี่ยม | วารสารปัญญา | บทความ |กระดานเสวน | ห้องรวมศิษย์ ล้านนา.| ติดต่อเรา .

    บทธรรมนำชีวิต : พัฒนาชีวิตด้วยคุณธรรม (2)

บทธรรมนำชีวิต : พัฒนาชีวิตด้วยคุณธรรม (2)

 พระครูปลัด จิตติชัย จิตชโย (มาตย์วงค์)[1]

                กลับมาพบเป็นฉบับที่ ๒  ถือเป็นพุทธธรรมที่จะนำเอาสาระแห่งธรรมมาฝากท่านผู้อ่าน  ช่วงนี้เป็นบรรยากาศของการปิดภาคเรียน นับว่าเป็นเวลาของการพักผ่อน  เมืองเชียงใหม่เป็นดินแดนของมนต์เสน่ห์มีธรรมชาติ  หรือที่นักวิชาการเรียกจนติดปากว่า “ทุนทางสังคม”  มีสังคม วัฒนธรรม  ประเพณี แม้กระทั้งความเชื่อที่มาศึกษาเรียนรู้  ผู้ใดได้ผ่านประตูเข้าสู่ใจกลางเมืองเชียงใหม่   เมื่อกลับไปมักจะถูกมนต์เสน่ห์แห่งนี้ดึงให้กลับมาอีกครั้ง  นั้นเป็นบทเกลิ่นนำ

วันนี้ผู้อ่านทั้งหลายมาเริ่มด้วยพุทธภาษิตที่ว่า 
โย    สหสฺสํ     สหสฺกสน  
    สงฺคาเม  มานุเส  ชิเน
เอถญจ     เชยฺยมตฺตานํ       ส เว   สงฺคามชุตฺตโม.

                ผู้ใดพึงชนะหมู่มนุษย์ในสงครามถึงล้านคน  ส่วนผู้ชนะตนคนเดียวซื่อว่าเป็นผู้สูงสุด กว่าผู้ชนะในสงครามนั้น อีกภาษิตหนึ่งที่ว่า  อตฺตาหเว  ชิตํ เสยฺโย ยาจารยํ อิตรา ปชา.  ตนแล  อันใดชำนะแล้วประเสริฐ  ส่วนหมู่สัตว์ที่เขาชำนะแล้วไม่ประเสริฐเท่า  เป็นความจริงที่มิอาจปฏิเสธได้ว่าความสุขของชีวิตเราอีกประการหนึ่งคือการเอาชนะตนเองทั้งทางกาย  วาจาและใจ  ความสุขในความพอใจ  พออยู่พอกิน หรือพออย่างอื่น

                ดังนั้นถ้าเราจะเอาชนะตนได้ที่ต่อจากเรื่องที่ผ่านมาที่ว่าด้วยความรักต่อมีข้อที่ควรพิจารณาประการหนึ่งว่าผู้ที่ปรารถนาความรักนั้น  ที่แท้แล้วต้องการอะไร?  หลายคนอาจตอบว่าต้องการความสุข  ซึ่งความรักและสิ่งที่รักนั้นจะบันดาลให้เกิดขึ้น แสดงให้เห็นว่ายังไม่มีความสมบูรณ์ในตน  จึงต้องการสิ่งภายนอกมาชดเชยเพิ่มเติมเพื่อความสมบูรณ์  ข้อพิสูจน์ในเรื่องนี้ก็คือเมื่อทราบแน่ว่าผู้อื่น  หรือสิ่งอื่นไม่สามารถสนองความต้องการอันพร่องอยู่ของตนให้เต็มแล้ว  ผู้นั้นก็มักจะเลิกรักหรือเกลียดชังสิ่งนั้นไปเลยก็มี   ดังนั้นความปรารถนาในความรัก  จึงมีความหมายเท่ากับความต้องากรความสมบูรณ์แห่งตน  ต้องการเพิ่มสิ่งที่ตนรู้สึกว่ายังขาดอยู่  เช่น  คนขาดความรักในทำนองบุตรก็ปรารถนาบุตร  ขาดความรักในทำนองคู่รักก็ปรารถนาคู่รัก  ขาดความรักในลักษณะพี่น้องก็ปรารถนาพี่น้องเป็นต้น  โดยนัยนี้  คนทีมีความสมบูรณ์ในตน  จึงไม่ปรารถนาความรักหรือสิ่งที่รัก  กล่าวคือ สามารถมีความสงบสุขอยู่ได้โดยลำพังตนเอง

                 อุปกรณ์  หรือปัจจัยสำคัญของความสมบูรณ์ในตนก็คือดวงใจที่รักความสงบ มีความดำริในการปลีกตนออกจากกามหรือสิ่งยั่วยวนต่าง ๆ  (เนกขัมมสังกัปปะ)  เพราะเห็นสิ่งเหล่านั้นว่าความสุก ( ก  ไก่)  ร้อนไม่สุขเย็น  เห็นอย่างชัดเจนด้วยปัญญาและด้วยดวงใจที่อบรมดีแล้วว่าการปรารถนาความสุขจากภายนอกนั้นไม่มีวันสนองความยากให้เต็มบริบูรณ์ได้เพราะโดยสภาวนแล้วสิ่งเหล่านั้นมีความบกพร่องอยู่ในตนเพื่อได้สิ่งที่นั้นมา  จึงต้องรับเอาความบกพร่องเข้ามาด้วย  ตัวอย่างเช่นคนที่ต้องการความสุขจากการมีรถยนต์  ย่อมจะต้องมีทุกข์  มีภาระกังวลกับรถยนต์นั้นด้วยเป็นธรรมดา  ผู้ต้องการความสุขจากการมีบุตร มีภรรยาหรือสามีก็ทำนองเดียวกัน ฯลฯ

                เกี่ยวกับความรักต้องบุคคลอื่นนี้มีผู้พูดเสมอว่า  ความรักของเขาบริสุทธิ์ (ซึ่งมีความหมายเพียงว่าเขารักจริงไม่ได้หลอกลวงหรือมีความคิดไม่ดีแอบแฝงซ่อนเร้นอยู่ด้วย) ปัญญาว่า  ความรักต่อบุคคลอื่นที่เจือด้วยความใคร่  ความปรารถนา  สนองตอบทางผัสสะนั้นเป็นของไม่บริสุทธิ์อยู่ในตัวเองแล้ว ความรักที่บริสุทธิ์ทำนองนั้นจะมีได้หรือไม   เป็นไปได้หรือไม่ความรักทีมาในรูปของเมตตาหรือ  กรุณา  ซึ่งแผ่ตัวออกมาเป็นความปรารถนาดีและอยากให้สัตว์อื่นพ้นทุกข์นั้นแหละน่าจะพอเรียกได้ว่าเป็นความรักอันบริสุทธิ์  เพราะประกอบด้วยเหตุผลและปัญญา 

พบกันฉบับหน้า......


 


[1] อาจารย์ประจำ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตล้านนา วัดเจดีย์หลวง วรวิหาร
                 น.ธ.เอก, ศน.บ.(ปรัชญา), ศศ.ม.(การวิจัยและพัฒนาท้องถิ่น)

 กลับขึ้นด้านบน

 
 
มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตล้านนา
103 วัดเจดีย์หลวง ถ.พระปกเกล้า ต.พระสิงห์
อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50200
โทร. 0-5327-0975-6, โทรสาร 0-5381-4752

MAHAMAKUT  BUDDHIST  UNIVERSITY; LANNA CAMPUS
103  Wat Jedeeluang Phrasingha Muang Chiang Mai 50200
TEL. 0-5327-0975-6,  FAX. 0-5381-4752
Contact us : mbulnc@gmail.com , asksak@hotmail.com