1111

หน้าแรก | สมุดเยี่ยม | วารสารปัญญา | บทความ |กระดานเสวน | ห้องรวมศิษย์ ล้านนา.| ติดต่อเรา .

    บทธรรมนำชีวิต : พัฒนาชีวิตด้วยคุณธรรม (1)

บทธรรมนำชีวิต : พัฒนาชีวิตด้วยคุณธรรม (1)

 พระครูปลัด จิตติชัย จิตติชโย (มาตย์วงค์) [1]

 มุมมองพระกับฆราวาส 

          “ต้นไม้ยังให้ความร่มรื่นกับชีวิต            นกตัวนิดให้เสียงเพลงแก่โลกหล้า
          ดอกไม้น้อยยังได้ความชื่นบานตา         แม้ต้นหญ้ายังให้อ๊อกซิเจน
          แล้วเราเกิดมาในโลกนี้                         ทำสิ่งดีอะไรให้โลกเห็น
          กิน นอน เล่น  เหล่านั้นหรือที่ทำเป็น      ไม่ดีเด่นกว่าบรรดาต้นหญ้าเลย
” 

(สมุดบันทึก มกราคม  ๒๕๔๘)

         เริ่มต้นด้วยบทกลอนสอนใจเกี่ยวกับชีวิตมนุษย์เรานั้นมันมีคุณค่ามากกว่าต้นหญ้าจริงๆ จะเป็นพระหรือฆราวาสก็มีคุณค่าทั้งนั้น  ถ้าจะถามว่าเป็นพระหรือเป็นฆราวาสจะดีกว่ากัน  จึงขอนำเอาเรื่องหนึ่งมาเล่าสู่ท่านผู้อ่านกัน เรื่องมีอยู่ว่า

          นามแล้ว ที่ประเทศอินเดีย มีกษัตริย์องค์หนึ่งต้องการจะรู้ว่า เป็นพระหรือเป็นฆราวาสจะดีกว่ากัน  เมื่อมีพระสงฆ์รูปใดก็ตามที่เข้ามาในประเทศของพระองค์  พระองค์ก็จะนิมนต์พระสงฆ์รูปนั้นมาซักถามคำถามนี้  พระบางรูปก็ตอบว่าเป็นพระนั้นดีกว่าแน่  บางรูปก็ตอบว่าเป็นฆราวาสดีกว่า   กษัตริย์ก็ให้พระแต่ละรูปพิสูจน์  เมื่อพิสูจน์ไม่ได้ กษัตริย์ก็บังคับพระเหล่านั้นให้สึกและแต่งงานมีชีวิตอยู่อย่างฆราวาส

          วันหนึ่งก็มีพระหนุ่มรูปหนึ่งเข้ามาในประเทศนั้น  กษัตริย์ก็ถามคำถามเช่นเดี่ยวกันนี้   พระรูปนี้ได้ตอบว่า  ถ้าได้ปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ดีแล้ว  จะเป็นพระหรือเป็นฆราวาสก็ดีทั้งนั้น  แล้วก็ได้ทำการพิสูจน์โดยพากษัตริย์ไปยังประเทศใหญ่อีกประเทศหนึ่ง  พอเข้าไปในเมืองหลวง  ก็เห็นผู้คนมากมายกำลังชุมนุมกันอยู่ทั้งสองก็เดินเข้าไปดู  ปรากฏว่าพระธิดาของพระเจ้าแผ่นดินในประเทศนั้นกำลังทำพิธีเลือกคู่  พระธิดาเสด็จผ่านพวกชายหนุ่มทั้งหลายแต่ก็ยังไม่มีใครเป็นที่พอพระทัย  ทุกคนต่างรู้สึกเสียใจ  แต่ในนาทีสุดท้ายได้มีพระหนุ่มรูปหล่ออีกรูปหนึ่งเดินเข้ามาดูการชุมนุมของประชาชน  พอพระธิดาเห็นเข้าก็หลงรักทันที แล้วก็เสี่ยงพวงมาลัยไปยังพระหนุ่มรูปหล่อนั้น  พระก็โยนพวงมาลัยทิ้งและพูดว่า “ เอ้ย! อะไรกัน ฉันเป็นพระ”  พูดแล้วก็หันหลังจะเดินออกไป   เพราะเจ้าแผ่นดินก็วิ่งตามไปและบอกว่า

          “ครึ่งหนึ่งของพระราชสมบัติเป็นของท่านหากท่านแต่งงานกับลูกสาวของเรา  และที่เหลือจะเป็นของท่านทั้งหมดเมื่อเราตายแล้ว”  พระก็ตอบว่า “ฉันไม่สนใจเลย  แล้วก็เดินเข้าป่าไป พระธิดาด้วยความหลงรักก็วิ่งตามพระเข้าไปในป่าแต่พระก็หลบหายไป   ส่วนพระหนุ่มรูปแรกที่พากษัตริย์มาก็เดินตามพระธิดา  เข้าไปดูเหตุการณ์พร้อมกษัตริย์พอเห็นพระธิดาร้องไห้อยู่ด้วยความทุกข์เสียใจก็เข้าไปปลอมแล้วบอกว่าจะพากลับไปในเมือง  แต่เวลานั้นเป็นเวลาค่ำจึงพากันไปนั่งใต้ต้นไม้ใหญ่แห่งหนึ่ง  ตั้งใจจะค้างคืนอยู่ที่นั้น บนต้นไม้มีนกตัวผู้ ซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครัวมีนกตัวเมียเป็นภรรยาและมีลูกเล็ก ๆ อีก ๓ ตัวอาศัยอยู่  นกตัวผู้พูดขึ้นว่า

          “วันนี้เราโชคดีมาก  มีแขกเข้ามาอาศัยบ้านของเรา แต่จะทำอย่างไรดี  เดี๋ยวแขกจะหนาว” พูดเสร็จก็บินออกไปหาไฟแล้วคาบไม้ที่ติดไฟอยู่นั้นมาทิ้งไว้ใกล้ ๆ  แขกแล้วก็บินไปหาฝืนมากองๆ ไว้  ในที่สุดก็มีกองไฟที่ให้ความอบอุ่นได้ตลอดคืน  แต่แล้วพ่อนกก็พูดต่อไปว่าแขกของเราจะต้องหิวแน่ๆ  ฉันจะสละตัวฉันให้เขารับประทาน  พูดแล้วก็บินเข้าไปในกองไฟและฆ่าตัวเองเพื่อให้แขกได้รับประทานพอภรรยาเห็นเข้าก็นึกว่าแขกมีตั้ง ๓ คนแต่มีนกตัวเดียวก็จะไม่พอรับประทาน  คิดดังนั้นแล้ว  ก็ตามสามีลงไปในกองไฟ  ลูก ๆ ก็นึกเช่นเดียวกันและพูดต่อกันว่า

          “เราจะต้องเสียสละเพื่อแขกของเรา” ว่าแล้วก็กระโดดลงในกองไฟ พระและกษัตริย์มองดูเหตุการณ์ด้วยความตกตะลึง  ในที่สุดพระก็พูดกับกษัตริย์ว่า

          “นี้แหละคือข้อพิสูจน์  ถ้าเป็นพระก็ต้องสละโลกจริงๆ ไม่สนใจรูปร่างหน้าตาของพระธิดาที่สวยงามที่สุดในโลก  และไม่สนใจทรัพย์สมบัติทั้งปวง  หากจะเป็นฆราวาสก็ควรจะเป็นแบบครอบครัวนกที่อาศัยอยู่บนต้นไม้นั้น  พยายามช่วยเหลือผู้อื่นให้มีความสุข ทำหน้าที่พลเมืองดีต่อสังคมถึงแม้จะต้องเสียสละทุกสิ่งทุกอย่าง”

          ดังนั้น  การเป็นพระหรือเป็นฆราวาสที่ทำหน้าที่ได้ถูกต้อง  เช่นนี้จึงจะถือว่าเป็นบุคคลที่วิเศษที่สุดของโลก คนที่มีคุณค่าแก่สังคมจึงเป็นบุคคลที่น่ายกย่องและน่านับถือ ถ้าจะถามว่าจะมีหลักธรรมใดมาเป็นพลังสร้างสรรค์สังคม  ให้บุคคลที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนให้มีคุณค่า และน่านับถือ มีพรหมวิหาร คือธรรมประจำใจของผู้ประเสริฐหรือผู้มีจิตใจยิ่งใหญ่กว้างขวางดุลพระพรหม  ๔ อย่าง ดังต่อไปนี้

๑.  เมตตา ความรัก  คือความปรารถนาดี มีไมตรีต้องการช่วยเหลือให้ทุกคนประสบประโยชน์และความสุข

๒.  กรุณา  ความสงสาร  คืออยากช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นจากความทุกข์ ใฝ่ใจที่จะปลดเปลื้องบำบัดทุกข์ยากเดือนร้อนของคนและสัตว์ทั้งปวง

๓.   มุทิตา  ความเบิกบานพลอยยินดี   เมื่อเห็นผู้อื่นอยู่ดีมีสุข  ก็มีใจแช่มชื่นเบิกบาน  เมื่อเห็นเขาทำดีงามประสบความสำเร็จก้าวหน้ายิ่งขึ้นไป  ก็พลอยยินดีบันเทิงใจด้วยพร้อมที่จะช่วยส่งเสริมสนับสนุน

๔.   อุเบกขา  ความมีใจเป็นกลาง  คือ  มองความเป็นจริง  โดยวางจิตเรียบสม่ำเสมอ  มั่นคงเที่ยงตรงดุจตาชั่งมองเห็นการที่บุคคลจะได้รับผลดีหรือชั่ว  สมควรแก่เหตุที่ตนประกอบ พร้อมที่จะวินัยฉันวางตนและปฏิบัติไปตามหลักการเหตุผลและความเที่ยงธรรม

(ที.ม.๑๐/๑๘๔/๒๒๕)

จึงเป็นบทพิสูจน์ว่าชีวิตมนุษย์ของเรานั้นมันมีคุณค่ามากกว่าต้นหญ้าจริงๆ และจะเป็นพระหรือฆราวาสก็มีคุณค่ากันทั้งนั้น ขออำนวยพรทุกท่านที่อ่านจงมีความเจริญใยธรรมทุกท่านเทอญ ฯลฯ


หนังสืออ้างอิง
        ๑. สมเด็จพระสังฆราช  พระศาสนโศภน, พระนิพนธ์พระธรรมเทศนาคติธรรม. (กรุงเทพฯ: เอเชียคิท แพ็คพริ้นท์), ๒๕๔๖.
        ๒. พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุดโต), ธรรมนูญชีวิต. (กรุงเทพฯ :สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ), ๒๕๔๘.
        ๓. องจอง  ชุมสาย ณ  อยุธยา,ดร.; แนวทางจัดความสุข ,(กรุงเทพฯ : อมรินทร์ พริ้นติ้ง.กรุ๊ปจำกัด), ๒๕๓๓.
        ๔. ศูนย์บริการวิชาการ มมร.วิทยาเขตล้านนา, คัมภีร์วาทศาสตร์. (เอกสารประกอบการฝึกอบรมคุณธรรมในโครงการพระธรรมวิทยากร, ๒๕๔๘.

 

[1] อาจารย์ประจำ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตล้านนา วัดเจดีย์หลวง วรวิหาร
                 น.ธ.เอก, ศน.บ.(ปรัชญา), ศศ.ม.(การวิจัยและพัฒนาท้องถิ่น)

 

 กลับขึ้นด้านบน

 
 
มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตล้านนา
103 วัดเจดีย์หลวง ถ.พระปกเกล้า ต.พระสิงห์
อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50200
โทร. 0-5327-0975-6, โทรสาร 0-5381-4752

MAHAMAKUT  BUDDHIST  UNIVERSITY; LANNA CAMPUS
103  Wat Jedeeluang Phrasingha Muang Chiang Mai 50200
TEL. 0-5327-0975-6,  FAX. 0-5381-4752
Contact us : mbulnc@gmail.com , asksak@hotmail.com